22 January, 2010
ธกส.เตรียมเปิดธนาคารชุมชน
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนา คารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการธนาคารชุมชน (ไมโครไฟแนนซ์) ว่า ขณะนี้กำลังจัดเตรียมแผนงานที่จะก่อตั้งธนาคารชุมชน พร้อมทั้งเปิดรับสมัครบุคลากร 1,000 คน เพื่อมาดำเนินงานใน 3 ปีแรกนับจาก ปีบัญชีงบประมาณ 53 ตั้งแต่เดือน เม.ย. นี้เป็นต้นไป โดยแยกบัญชีกำไรขาดทุนออกไปจากบัญชีปกติต่างหาก จากนั้นจะประเมินผลการดำเนินงาน หากประสบผลสำเร็จจะแยกออกไปจัดตั้งเป็นบริษัทในเครือหรือบริษัทลูกของ ธ.ก.ส. ต่อไป เพื่อเป็นแหล่งเงิน สำหรับประชาชนระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง
ส่วนการปล่อยสินเชื่อเบื้องต้น จะคิดดอกเบี้ย 12% ต่อปี หรือเดือนละ 1% ซึ่งเทียบเท่ากับธนาคารประชาชนของออม สิน แต่ต่างกันตรงที่ของ ธ.ก.ส. นั้นเป็นแบบลดต้นลดดอกในแต่ละงวด ขณะที่ออมสินจะคิดคงที่ตามเวลาการผ่อนชำระ (ฟิคเรต) ทำให้ภาระการชำระหนี้โดยรวมอยู่ในระดับต่ำกว่า เบื้องต้นคาดว่าใน 3 ปีแรกจะมีเงินทุนปล่อยกู้ 6,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ 300,000 ราย หรือปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 20,000 บาท แต่กำหนดเพดานสูงสุดไว้ไม่เกิน 50,000 บาท
“ที่ตั้งโครงการไว้ 3 ปี เพื่อประเมินผล เพราะกังวลว่าอาจมีหนี้เสียมากกว่าการปล่อยกู้เกษตรกรเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจาก กลุ่มเป้าหมายต่างกัน ซึ่งในส่วนนี้จึงต้องประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน โดยแลกเปลี่ยนข้อ มูลลูกหนี้ระหว่างกัน เหมือนการตรวจสอบข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ”.--จบ--
แหล่งที่มา
ส่วนการปล่อยสินเชื่อเบื้องต้น จะคิดดอกเบี้ย 12% ต่อปี หรือเดือนละ 1% ซึ่งเทียบเท่ากับธนาคารประชาชนของออม สิน แต่ต่างกันตรงที่ของ ธ.ก.ส. นั้นเป็นแบบลดต้นลดดอกในแต่ละงวด ขณะที่ออมสินจะคิดคงที่ตามเวลาการผ่อนชำระ (ฟิคเรต) ทำให้ภาระการชำระหนี้โดยรวมอยู่ในระดับต่ำกว่า เบื้องต้นคาดว่าใน 3 ปีแรกจะมีเงินทุนปล่อยกู้ 6,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ 300,000 ราย หรือปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 20,000 บาท แต่กำหนดเพดานสูงสุดไว้ไม่เกิน 50,000 บาท
“ที่ตั้งโครงการไว้ 3 ปี เพื่อประเมินผล เพราะกังวลว่าอาจมีหนี้เสียมากกว่าการปล่อยกู้เกษตรกรเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจาก กลุ่มเป้าหมายต่างกัน ซึ่งในส่วนนี้จึงต้องประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน โดยแลกเปลี่ยนข้อ มูลลูกหนี้ระหว่างกัน เหมือนการตรวจสอบข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ”.--จบ--
แหล่งที่มา
18 January, 2010
สั่งธกส.เกียร์ห้าธนาคารชุมชนทั่วประเทศ ให้กู้รากหญ้า5หมื่นบาท-แก้หนี้นอกระบบ
โพสต์ทูเดย์ — กรณ์ไฟเขียวธ.ก.ส. ดึงกลุ่มสัจจะออมทรัพย์-กองทุนหมู่บ้านร่วมธนาคารชุมชน
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า ได้เห็นชอบการจัดตั้งธนาคารชุมชนของธ.ก.ส. เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินมากขึ้น โดยธนาคารชุมชนจะมีรูปแบบแตกต่างไปจากธนาคารประชาชนของธนาคารออมสิน แต่ว่ายึดหลักการเดียวกัน คือมุ่งการปล่อยสินเชื่อแก่ประชาชนระดับฐานรากที่มีนับล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นลูกหนี้นอกระบบที่ต้องชำระดอกเบี้ยสูงเกินควร โดยจะเร่งดำเนินการภายในปี 2553
รมว.คลัง กล่าวว่า ธนาคารชุมชนของธ.ก.ส.และออมสินจะไม่ทับซ้อนกัน เพราะธนาคารออมสินจะเน้นลูกค้าที่ชุมชนเมือง ขณะที่ธ.ก.ส. จะเน้นชุมชนในชนบทอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าจะครอบคลุมการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชน
นายกรณ์ กล่าวว่า ธนาคารชุมชนของธ.ก.ส. นี้จะไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการเปิดสาขา แต่จะดึงองค์กรหรือเครือข่ายที่มีแนวทางดำเนินงานแบบเดียวกันเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสัจจะออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้านที่มีอยู่แล้ว รวมถึงเจ้าหนี้นอกระบบก็สามารถเข้าร่วมได้
สำหรับการคิดอัตราดอกเบี้ยนั้นจะกำหนดชัดเจนเหมือนธนาคารประชาชน จะเป็นเท่าใดนั้นทางธ.ก.ส. ต้องไปคิดอัตราในเชิงพาณิชย์อีกครั้ง
ก่อนหน้านี้นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธ.ก.ส. ระบุว่า ธนาคารชุมชนจะช่วยให้เงินกู้สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการที่มีรายได้น้อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ หรือโครงการไมโครไฟแนนซ์ เบื้องต้นจะจัดสรรวงเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท เป็นเงินทุนหมุนเวียน ระยะที่ 1 มีระยะเวลา 3 ปี ส่วนในระยะที่ 2 อาจมีการจัดตั้งเป็นองค์กรอิสระ เพื่อรองรับการดำเนินงานของธนาคารชุมชนในรูปแบบบริษัท
กลุ่มเป้าหมายของโครงการมีทั้งรายกลุ่มเพื่อเป็นการเสริมสร้างอาชีพให้กับสมาชิก เฉลี่ยกลุ่มละ 100 ราย วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 5 หมื่นบาท ส่วนรายบุคคลจะปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าทั่วไปนอกภาคเกษตรสูงสุดไม่เกินรายละ 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ยรายบุคคลจะอยู่ที่ 1% ต่อเดือน ส่วนรายกลุ่มอยู่ที่ 0.75% ต่อเดือน
ที่มา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า ได้เห็นชอบการจัดตั้งธนาคารชุมชนของธ.ก.ส. เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินมากขึ้น โดยธนาคารชุมชนจะมีรูปแบบแตกต่างไปจากธนาคารประชาชนของธนาคารออมสิน แต่ว่ายึดหลักการเดียวกัน คือมุ่งการปล่อยสินเชื่อแก่ประชาชนระดับฐานรากที่มีนับล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นลูกหนี้นอกระบบที่ต้องชำระดอกเบี้ยสูงเกินควร โดยจะเร่งดำเนินการภายในปี 2553
รมว.คลัง กล่าวว่า ธนาคารชุมชนของธ.ก.ส.และออมสินจะไม่ทับซ้อนกัน เพราะธนาคารออมสินจะเน้นลูกค้าที่ชุมชนเมือง ขณะที่ธ.ก.ส. จะเน้นชุมชนในชนบทอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าจะครอบคลุมการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชน
นายกรณ์ กล่าวว่า ธนาคารชุมชนของธ.ก.ส. นี้จะไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการเปิดสาขา แต่จะดึงองค์กรหรือเครือข่ายที่มีแนวทางดำเนินงานแบบเดียวกันเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสัจจะออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้านที่มีอยู่แล้ว รวมถึงเจ้าหนี้นอกระบบก็สามารถเข้าร่วมได้
สำหรับการคิดอัตราดอกเบี้ยนั้นจะกำหนดชัดเจนเหมือนธนาคารประชาชน จะเป็นเท่าใดนั้นทางธ.ก.ส. ต้องไปคิดอัตราในเชิงพาณิชย์อีกครั้ง
ก่อนหน้านี้นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธ.ก.ส. ระบุว่า ธนาคารชุมชนจะช่วยให้เงินกู้สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการที่มีรายได้น้อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ หรือโครงการไมโครไฟแนนซ์ เบื้องต้นจะจัดสรรวงเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท เป็นเงินทุนหมุนเวียน ระยะที่ 1 มีระยะเวลา 3 ปี ส่วนในระยะที่ 2 อาจมีการจัดตั้งเป็นองค์กรอิสระ เพื่อรองรับการดำเนินงานของธนาคารชุมชนในรูปแบบบริษัท
กลุ่มเป้าหมายของโครงการมีทั้งรายกลุ่มเพื่อเป็นการเสริมสร้างอาชีพให้กับสมาชิก เฉลี่ยกลุ่มละ 100 ราย วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 5 หมื่นบาท ส่วนรายบุคคลจะปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าทั่วไปนอกภาคเกษตรสูงสุดไม่เกินรายละ 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ยรายบุคคลจะอยู่ที่ 1% ต่อเดือน ส่วนรายกลุ่มอยู่ที่ 0.75% ต่อเดือน
ที่มา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์