English   |   ไทย
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • หน่วยงาน
  • แหล่งข้อมูล
  • คำถามที่ถามบ่อย ๆ
  • ติดต่อเรา

หน้าแรก Archives
  • » June 2008
  • » July 2008
  • » August 2008
  • » September 2008
  • » October 2008
  • » December 2008
  • » January 2009
  • » March 2009
  • » April 2009
  • » May 2009
  • » June 2009
  • » July 2009
  • » August 2009
  • » September 2009
  • » November 2009
คำถามที่ถามบ่อย ๆ

1. ไมโครเครดิต คือ อะไร


2. สถาบันไมโครไฟแนนซ์ (MFI) คือ อะไร


3. ลูกค้าไมโครไฟแนนซ์ คือ ใคร


4. ไมโครเครดิตช่วยคนจนได้อย่างไร


5. คนจน จนเกินไปที่จะออมเงินหรือเปล่า


6. ทำไมสถาบันการเงินถึงคิดดอกเบี้ยเงินกู้สูงให้กับคนจน


more คำถามที่ถามบ่อย ๆ...

ข่าวสาร

กรกฎาคม – ตุลาคม 2009 - หลักสูตรการอบรมไมโครไฟแนนซ์สำหรับผู้ฝึกหัด
»กรกฎาคม – ตุลาคม 2009 โครงการฝึกอบรมออนไลน์สำหรับผู้ที่สนใจในด้านมโครไฟแนนซ์ โดยจะมีหลักสูตรทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย


21-25 กันยายน - Second ECHO Agricultural Conference (Chiang Mai)


หน้าแรก


30 November, 2009

 

แบงก์ทึ้งไมโครไฟแนนซ์


ธปท. เผยธนาคารสนใจมาสเตอร์แพลน 2 เพียบ บัวหลวง-กสิกรไทย รับเล็งไมโครไฟแนนซ์ แต่ยังไม่พร้อมทำทันที ขอเวลาคิดรูปแบบธุรกิจ

น.ส.พิมพา ถาวรายุศม์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการชี้แจงทำความเข้าใจกรอบแผนตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 (มาสเตอร์แพลน 2) ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2553–2557 ต่อสถาบันการเงินทุกแห่ง พบว่า สถาบันการเงินต่างประเทศให้ความสนใจเรื่องการเปิดขยายสาขาเพิ่มได้อีก ไม่เกิน 2 แห่ง รวมเป็น 3 แห่ง ส่วนสถาบันการเงินไทยสนใจเรื่องการให้บริการการเงินระดับฐานราก (ไมโครไฟแนนซ์) และขั้นตอนการเปิดให้ใบอนุญาตแก่รายใหม่ ที่เป็นชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจสถาบันการเงินในไทย
ทั้งนี้ ตามแผนมาสเตอร์แพลน 2 มีการวางแผนงานออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกจะเน้นการลดต้นทุนของระบบ ระยะที่ 2 จะเป็นการส่งเสริมการแข่งขันและการเข้าถึงบริการทางการเงิน และในระยะที่ 3 จะเน้นเรื่องการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน

อย่างไรก็ดี จุดสำคัญของมาสเตอร์แพลน 2 นี้ คือการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ ให้กับสถาบันการเงินมากขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น อาทิ การยกระดับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเป็นธนาคารพาณิชย์ การเปิดให้ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศมีสาขาเพิ่ม และสามารถยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ ต่างประเทศที่จดทะเบียนในไทย ซึ่งจะสามารถมีสาขาได้ 20 สาขา และมีตู้ เอทีเอ็มได้ 20 ตู้

นอกจากนี้ เปิดทางให้ผู้เล่นรายเดิมหรือรายใหม่ประเภทจำกัดขอบเขตธุรกิจ นำความรู้ความเชี่ยวชาญมาพัฒนาระบบการเงินไทย เพื่อลดช่องว่างในการให้บริการทางการเงินที่ยังขาด เช่น บริการทางการเงินระดับฐาน ทรัสต์แบงก์ (Trust Banks) อินเวสเมนต์แบงก์ (Investment Banks) และอิสลามแบงก์ (Islamic Banks)

น.ส.พิมพา กล่าวด้วยว่า เพื่อให้ สอดรับกับทิศทางการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาค เมื่อสถาบัน การเงินมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งแล้ว ธปท.จะพิจารณาให้ใบอนุญาตประกอบกิจการแก่ผู้ให้บริการรายใหม่ไทย หรือต่างชาติเพิ่มเติมอีกครั้ง ซึ่งอาจอยู่ใน รูปแบบธนาคารพาณิชย์ที่จำกัดขอบเขตธุรกิจ หรืออาจให้เป็นธนาคารพาณิชย์ เต็มรูปแบบก็ได้

สำหรับการดำเนินการตามกรอบดังกล่าว ธปท.ต้องรอความเห็นชอบจากรมว.คลังอีกครั้ง จากนั้นจะจัดตั้งคณะ อนุกรรมการ 4 คณะ คือ คณะกรรมการด้านภาษี ด้านกฎหมายการเงิน ด้านระบบข้อมูล และด้านการพัฒนาบุคลากร ขึ้นมาดูแลงานร่วมกันต่อไป

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า สนใจธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นธุรกิจ ที่มีโอกาสในการทำกำไร แต่คงเร็วเกินไป ที่จะประกาศว่ามีความพร้อม เพราะถ้าลงไปทำจริงๆ คงไม่ใช้ชื่อธนาคารกรุงเทพ แต่จะตั้งเป็นบริษัทแยกต่างหาก เพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อรายย่อย

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ยอมรับว่า ยังไม่พร้อมดำเนินการไมโครไฟแนนซ์ โดยขอคิดรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม ซึ่งควร จะแยกเป็นสถาบันเฉพาะกิจก่อน เนื่องจากไมโครไฟแนนซ์มีความเสี่ยง หากทำแล้วไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ ก็จะกระทบกับผลประกอบการของธนาคาร

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าธนาคารไม่สนใจธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ เพราะปัจจุบันธนาคารทำไมโครไฟแนนซ์ในระดับภาคธุรกิจอยู่แล้ว โดยเป็นธุรกิจขนาดเล็กวงเงิน 3-5 แสนบาท

ที่มา โพสต์ ทูเดย์

27 November, 2009

 

คลังชูออมสินผู้นำไมโครไฟแนนซ์


นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แก่พนักงานธนาคาร ออมสินทั่วประเทศ 1.3 หมื่นคน จาก 800 สาขา ว่า นอกจากธนาคารออมสินจะเป็นแกนนำในการแก้ไขหนี้นอกระบบให้บรรลุเป้าหมายแล้ว รัฐบาลจะใช้เป็นแม่แบบในเรื่องการปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ เพื่อดึงให้ประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินอีกราว 10% เข้าสู่ระบบได้
นายกรณ์ กล่าวว่า ธนาคารออมสินได้นำแนวคิดของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติมาก่อนหน้านี้แล้ว คือ โครงการธนาคารประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่น่าเลื่อมใส แม้แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จัดทำแผนแม่บททางการเงินระยะที่ 2 ก็ยกให้เป็นแม่แบบในการให้บริการทางด้านไมโครไฟแนนซ์ จึงมั่นใจว่าจะสามารถทำได้สำเร็จ

สำหรับการดำเนินการแก้หนี้นอกระบบนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า แม้ลูกหนี้ที่มีปัญหาเคยกู้เงินจากธนาคารและมีรายชื่อติดในบัญชีดำในเครดิตบูโรกับธนาคารรัฐที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะไม่ใช้เป็นสาเหตุหลักในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ เพราะต้องการดึงหนี้นอกระบบดังกล่าวเข้ามาอยู่ในระบบแทนการกู้เงินนอกระบบ เสียดอกเบี้ย 20-30% ต่อเดือน และโครงการนี้จะแยกบัญชีออกมาอย่างชัดเจนจากโครงการธนาคารประชาชนที่ธนาคารดำเนินการ

“รัฐบาลจะทำให้โครงการนี้มีความสำเร็จให้ได้ และไม่มีเจตนาที่จะทำแบบเฉพาะหน้าแค่ 2-3 เดือน แล้วคนกลับไปเป็นหนี้นอกระบบอีก จึงจัดแผนอบรมให้ความรู้การรักษาวินัยทางการเงิน ซึ่งจะต้องติดตามประเมินผล” นายกรณ์ กล่าว

ที่มา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 November, 2009

 

ธกส.ตั้งทีมทำไมโครไฟแนนซ์รากหญ้า


นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. ) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน เห็นชอบแนวทางโครงการธนาคารชุมชน ซึ่งเป็นการให้สินเชื่อแบบไมโครไฟแนนซ์แก่ประชาชนระดับรากหญ้า พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อจัดทำข้อเสนอโครงการให้คณะกรรมการธนาคารพิจารณา ช่วงระหว่างเดือนม.ค.2553 คาดว่าน่าจะเริ่มดำเนินโครงการได้ภายในเดือนเม.ย.2553 ซึ่งธ.ก.ส.ตั้งเป้าโครงการระยะเวลา 3 ปี คาดว่าจะมีลูกค้าขอสินเชื่อ ทั้งหมด 300,000 ราย ตั้งเป้ายอดการปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 5,000 ล้านบาท

ที่มา สยามรัฐออนไลน์

23 November, 2009

 

ธกส.รุกลูกค้าขนาดจิ๋ว แบงก์ใหญ่หนีปิดเสี่ยง


นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส.ที่มี รมว.คลังเป็นประธานได้เห็นชอบแนวทางโครงการธนาคารชุมชน ซึ่งจะเป็นการให้สินเชื่อแบบไมโครไฟแนนซ์แก่ประชาชนระดับรากหญ้า โดยธนาคารได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อจัดทำข้อเสนอโครงการเสนอให้คณะกรรมการธนาคารพิจารณาในช่วงเดือน ม.ค.53 ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มดำเนินโครงการได้ตั้งแต่เดือน เม.ย.53 เป็นต้นไป

ตั้งเป้าระยะ 3 ปีจะมีลูกค้ามาขอสินเชื่อ 3 แสนราย ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท

ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารไม่มีแนวคิดที่จะเข้าไปทำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (มาสเตอร์แพลน) ฉบับที่ 2 เนื่องจากธุรกิจประเภทนี้มีต้นทุนดำเนินการสูงมากอาจไม่คุ้มค่ากับการเข้าไปลงทุน ประกอบกับต้องมีการจัดระบบภายในขององค์กรใหม่อีกด้วย

"รายย่อยจิ๋วเราคงไม่ลงไปทำเพราะต้นทุนสูงและไม่คุ้มค่า โดยหากคำนวณว่าปล่อยกู้ 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6-7% ต่อปี เท่ากับธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยรับเพียงปีละ 4,000 บาทหรือ 360 บาทต่อเดือน เทียบกับรายจ่ายพนักงานที่ต้องจ่าย 10,000 บาทต่อเดือน ไม่ค่อยคุ้มค่าและยังไม่นับความเสี่ยงสินเชื่อ" นายประสารระบุ

นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุเช่นกันว่าธนาคารคงไม่เข้าไปให้บริการด้านธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ แม้ว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้เพราะติดปัญหาการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรใหม่ให้ต่างออกไปจากการทำธุรกิจปัจจุบัน

ที่มา ไทยโพสต์ 23 พฤศจิกายน 2552

 

ข่าวความคืบหน้าไมโครไฟแนนซ์ในประเทศไทย


ตั้งเอเยนต์ปล่อยกู้ทั่วไทย

ธปท.เปิดทางให้ธนาคารตั้งตัวแทนปล่อยกู้รายย่อยได้เต็มที่ในทุกชุมชน แถมให้คิดดอกเบี้ยไม่จำกัดเพดาน

นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธปท.ได้สร้างแนวทางเพื่อ ปิดจุดอ่อน และลดข้อจำกัดของธนาคารพาณิชย์ที่จะทำธุรกิจบริการทางการเงินระดับฐานราก หรือไมโครไฟแนนซ์ไว้แล้ว โดยจะประกาศออกมาใช้ในเร็วๆ นี้
แนวทางแรก มุ่งแก้ปัญหาเรื่องที่กลุ่มฐานรากไม่มีฐานข้อมูล เป็นสาเหตุให้ธนาคารพาณิชย์ไม่กล้าปล่อยกู้ โดยธปท.จะเปิดให้ธนาคารพาณิชย์ที่สนใจจะทำไมโครไฟแนนซ์ สามารถแต่งตั้งบุคคลให้เป็นตัวแทน (เอเยนต์) ได้ในทุกชุมชน ทุกพื้นที่ เพื่อให้ตัวแทนเหล่านี้เข้ามาดูแลความเสี่ยงของลูกค้าให้ระดับหนึ่ง และช่วยลดต้นทุนค่าดำเนินการในเรื่องการตั้งสาขาย่อย ซึ่งถ้าธนาคารพาณิชย์ลงไปทำเองต้นทุนจะสูงมาก

นอกจากนี้ จะออกกฎเกณฑ์เพื่อเปิดทางให้ธนาคารพาณิชย์แต่งตั้งเอเยนต์ หรือตัวแทนธนาคารที่เป็นนิติบุคคลได้ เช่น ให้ห้างร้านในท้องถิ่น ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ร้านขายของชำ ธุรกิจที่มีระบบเพื่อรับเงิน จ่ายเงิน และเป็นช่องทางในการปล่อยกู้ เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนการดำเนินการตั้งสาขาในแต่ละพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาด้านต้นทุนที่สูงมากหากมาทำธุรกิจกับกลุ่มฐานรากที่ปล่อยกู้ได้วงเงินต่ำ

แนวทางที่สาม จะปลดล็อกในเรื่องการคิดอัตราดอกเบี้ย โดยธปท.จะไม่กำหนดเพดานขั้นสูงสุดหรือ ต่ำสุด แต่จะเปิดให้คิดได้ตามความเสี่ยงของการปล่อยกู้ แต่เชื่อว่าจะต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบ

แนวทางที่สี่ จะมุ่งแก้ปัญหาการไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ธปท. จะอนุญาตให้ลูกค้าที่มาขอกู้ร่วม ค้ำประกันกันเป็นกลุ่ม เพื่อลดความเสี่ยงทำให้หนี้สูญลดลงได้

แนวทางที่ห้า จะกำหนดให้สินเชื่อประเภทนี้ต้องชำระคืนหนี้ เร็วกว่าสินเชื่อปกติ และให้ระยะเวลาการกู้ยืมไม่นานเหมือนสินเชื่อทั่วไป เช่น อาจจะให้กู้ไม่ถึง 12 เดือน และให้ชำระหนี้แต่ละงวดเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถของลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น และที่สำคัญการให้กลับมาชำระคืนเร็ว จะช่วยลดความเสี่ยงหนี้สูญได้ด้วย ซึ่งแนวทางนี้จะแก้ปัญหาขาดระบบตรวจสอบข้อมูลการติดตามหนี้

นายบัณฑิต กล่าวว่า การไม่กำหนดเพดานดอกเบี้ย และเปิดให้คิดได้ตามความเสี่ยงของแต่ละรายนั้น น่าจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับตัวมารุกในตลาดระดับล่างมากขึ้นกว่าปัจจุบัน

“ที่สำคัญกว่านั้น การให้ผู้เล่นรายเดิมสามารถตั้งตัวแทน สามารถร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจัดตั้งบริษัทร่วมทุนและทำได้เอง ซึ่งทั้งหมดนี้ธปท.จะเริ่มในปีหน้านี้” นายบัณฑิต กล่าว

ที่มา โพสต์ ทูเดย์ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2552

10 November, 2009

 

แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2


คณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้มีมติ เห็นชอบแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
ระยะที่ 2 (แผนพัฒนาฯ 2) ตามที่กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกัน
นำเสนอ ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการกำหนดเป้าหมายและการวางกรอบทิศทางการพัฒนา
ระบบสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยแผนพัฒนาฯ 2 มีระยะเวลาดำเนินนโยบายระหว่างปี
2553-2557 ต่อเนื่องจากแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 1 (แผนพัฒนาฯ 1 ) ที่วางกรอบการ
พัฒนาระบบสถาบันการเงินในช่วงปี 2547 – 2551
อ่านต่อ

 

ธปท.ดันแบงก์เปิดไมโครไฟแนนซ์ รับเรื่องยาก-ยก4ทางเลือกปรับใช้


"เกริก"จี้แบงก์ไทยเปิดบริการไมโครไฟแนนซ์ ระบุสามารถทำได้ทันทีไม่ต้องรอขอธปท. แม้เป็นเรื่องยาก ส่วนผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามาให้บริการนี้เปิดช่องเข้ามาปี 55 เป็นต้นไป ย้ำไม่ได้ยกเรื่องนี้เป็นข้อต่อรองแบงก์ไทย แต่หวังแบงก์ไทยแข่งขันต่างชาติได้ภายใต้ตลาดเสรี ด้านข้อพิพาทไทยกับกัมพูชาไม่ห่วงสาขาแบงก์ไทย ซึ่งปัจจุบันมีไม่ถึง 10 แห่งและมั่นใจแบงก์ไทยสามารถดูแลตัวเองได้

นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ธปท.ได้เปิดโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์ในระบบสามารถให้บริการด้านการเงินฐานราก(ไมโครไฟแนนซ์)ได้ทันที โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากธปท.หลังจากที่แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(มาสเตอร์แพลน) ฉบับที่ 2 ซึ่งได้เวลาร่างมาตั้งแต่ปี 50และได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว เพื่อช่วยให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงบริการทางการเงินมากขึ้น ส่วนผู้ให้บริการรายใหม่จะเปิดโอกาสให้ในปี 55-57 ต่อไป

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤศจิกายน 2552

This page is powered by Blogger. Isn't yours?


หน้าแรก   |   เกี่ยวกับเรา   |   หน่วยงาน   |   แหล่งข้อมูล   |   คำถามที่ถามบ่อย ๆ   |   ติดต่อเรา

Copyright © 2009 ไมโครไฟแนนซ์ในประเทศไทย. All Rights Reserved.