04 July, 2008
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อในประเทศไทย
ธนาคารออมสินออกมาประกาศเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ธนาคารออมสิน ว่าธนาคารออมสิน ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายลูกค้าสินเชื่อเคหะ ปรับปรุงดอกเบี้ยสินเชื่อเคหะแบบคงที่ 2 ปี โดยปีแรกคิด 3.50% ปีที่ 2 คิด 5.00% ส่วนลูกค้าที่มีบ้านแล้วซื้อหลังใหม่สามารถขอใช้อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3 ปี ที่ 5.00% ส่วน ธนาคารไทยพาณิชย์ คิดดอกเบี้ยสินเชื่อเคหะอยู่ที่ 7.32 เปอร์เซนต์ ซึ่งทำให้เกิดคำถาม 2 คำถาม คือ
1. ธนาคารออมสิน แบค์กของรัฐบาลคิดดอกเบี้ยเกือบครึ่งหนึ่งของธนาคารพาณิชย์ได้อย่างไร
2. ทำไมหน่วยงานที่ให้บริการด้านไมโครไฟแนนซ์คิดดอกเบี้ยสูงกว่าทั้งธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์
คำถามที่ 1
อันดับแรก ธนาคารอิสระ หรือ ธนาคารของรัฐบาลมีการรับรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ในกรณีของธนาคารออมสินนั้น การคิดดอกเบี้ยสินเชื่อ ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง เพราะฉนั้นนโยบายและโครงการของรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญที่เป็นผลต่อการดำเนินงานของธนาคารของรัฐบาล แต่วิธีเหล่านี้เป็นวิธีที่ดี เพราะว่า รัฐบาลสามารถรับประกันได้ว่า กลุ่มคนบางกลุ่มสามารถที่จะเข้าถึงสินเชื่อได้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ เป็นการเปิดกว้างในการให้สินเชื่อสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนจน หรือคนรวย แต่ปัญหาก็คือ นโยบายของรัฐบาลนี้ ทำให้การเติบของธนาคารช้าเนื่องด้วยการคิดดอกเบี้ยที่ต่ำ
คำถามที่ 2
เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะทำความเข้าใจระหว่าง ความปลอดภัยและ ความไม่ปลอดภัย ในการให้สินเชื่อ “สินเชื่อปลอดภัย” คือสินเชื่อที่ต้อง ใช้หลักทรัพย์มาค้ำประกัน เช่นสินเชื่อเคหะ( สินเชื่อซื้อบ้าน) สินเชื่อประเภทนี้ เราต้องเอาโฉนดที่ดินและเอกสารที่แสดงความเป็นเจ้าของบ้านให้กับธนาคาร ในกรณีที่ไม่มีการชำระคืนสินเชือ ธนาคารสามารถยึดทรัพย์สินและที่ดินได้ ซึ่งทำให้เกิดผลที่ดี คือ เป็นความปลอดภัยในการให้สินเชื่อของธนาคาร ธนาคารจึงคิดดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทนี้ต่ำกว่า
“ความไม่ปลอดภัยในการให้สินเชื่อ “ คือ การให้สินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์อะไรมาค้ำประกัน เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อประเภทนี้ถ้าลูกหนี้ไม่ชำระเงินคืน ธนาคารไม่สามารถทำอะไรได้ และธนาคารต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นความเสี่ยงของธนาคาร และธนาคารจึงคิดดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทนืสูงกว่าสินเชื่ออื่น ๆ
การให้สินเชื่อขาดย่อม หรือ ไมโครเครดิต ส่วนใหญ่แล้วเป็นการให้สินเชื่อที่ไม่มีความปลอดภัย เนื่องด้วยลูกค้าเหล่านี้มาจากสังคมที่ยากจนและพวกเขาไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ธาคารปฏิเสธการให้สินเชื่อแก่พวกเขา ถึงแม้ว่าจุดประสงค์ของพวกเขา คือเพื่อเอาไปทำกิจกรรมเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัวก็ตาม ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เป็นกลุ่มที่สถาบันไมโครไฟแนนซ์ พยายามช่วยพวกเขาอยู่
สถาบันไมโครไฟแนนซ์ในประเทศไทยจะคิดดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 10- 20 เปอร์เซนต์ ถ้าเราเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยบัตรเครดิตของธนาคาร Bank of Thailand, เราจะพบว่าดอกเบี้ยของสถาบันไมโครไฟแนนซ์จะต่ำกว่าธนาคาร การคิดดอกเบี้ยสินเชื่อในเมืองไทยดูเหมือนจะกว่าประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
1. ธนาคารออมสิน แบค์กของรัฐบาลคิดดอกเบี้ยเกือบครึ่งหนึ่งของธนาคารพาณิชย์ได้อย่างไร
2. ทำไมหน่วยงานที่ให้บริการด้านไมโครไฟแนนซ์คิดดอกเบี้ยสูงกว่าทั้งธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์
คำถามที่ 1
อันดับแรก ธนาคารอิสระ หรือ ธนาคารของรัฐบาลมีการรับรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ในกรณีของธนาคารออมสินนั้น การคิดดอกเบี้ยสินเชื่อ ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง เพราะฉนั้นนโยบายและโครงการของรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญที่เป็นผลต่อการดำเนินงานของธนาคารของรัฐบาล แต่วิธีเหล่านี้เป็นวิธีที่ดี เพราะว่า รัฐบาลสามารถรับประกันได้ว่า กลุ่มคนบางกลุ่มสามารถที่จะเข้าถึงสินเชื่อได้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ เป็นการเปิดกว้างในการให้สินเชื่อสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนจน หรือคนรวย แต่ปัญหาก็คือ นโยบายของรัฐบาลนี้ ทำให้การเติบของธนาคารช้าเนื่องด้วยการคิดดอกเบี้ยที่ต่ำ
คำถามที่ 2
เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะทำความเข้าใจระหว่าง ความปลอดภัยและ ความไม่ปลอดภัย ในการให้สินเชื่อ “สินเชื่อปลอดภัย” คือสินเชื่อที่ต้อง ใช้หลักทรัพย์มาค้ำประกัน เช่นสินเชื่อเคหะ( สินเชื่อซื้อบ้าน) สินเชื่อประเภทนี้ เราต้องเอาโฉนดที่ดินและเอกสารที่แสดงความเป็นเจ้าของบ้านให้กับธนาคาร ในกรณีที่ไม่มีการชำระคืนสินเชือ ธนาคารสามารถยึดทรัพย์สินและที่ดินได้ ซึ่งทำให้เกิดผลที่ดี คือ เป็นความปลอดภัยในการให้สินเชื่อของธนาคาร ธนาคารจึงคิดดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทนี้ต่ำกว่า
“ความไม่ปลอดภัยในการให้สินเชื่อ “ คือ การให้สินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์อะไรมาค้ำประกัน เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อประเภทนี้ถ้าลูกหนี้ไม่ชำระเงินคืน ธนาคารไม่สามารถทำอะไรได้ และธนาคารต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นความเสี่ยงของธนาคาร และธนาคารจึงคิดดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทนืสูงกว่าสินเชื่ออื่น ๆ
การให้สินเชื่อขาดย่อม หรือ ไมโครเครดิต ส่วนใหญ่แล้วเป็นการให้สินเชื่อที่ไม่มีความปลอดภัย เนื่องด้วยลูกค้าเหล่านี้มาจากสังคมที่ยากจนและพวกเขาไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ธาคารปฏิเสธการให้สินเชื่อแก่พวกเขา ถึงแม้ว่าจุดประสงค์ของพวกเขา คือเพื่อเอาไปทำกิจกรรมเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัวก็ตาม ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เป็นกลุ่มที่สถาบันไมโครไฟแนนซ์ พยายามช่วยพวกเขาอยู่
สถาบันไมโครไฟแนนซ์ในประเทศไทยจะคิดดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 10- 20 เปอร์เซนต์ ถ้าเราเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยบัตรเครดิตของธนาคาร Bank of Thailand, เราจะพบว่าดอกเบี้ยของสถาบันไมโครไฟแนนซ์จะต่ำกว่าธนาคาร การคิดดอกเบี้ยสินเชื่อในเมืองไทยดูเหมือนจะกว่าประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก